Thai traditional dance standards or “Ram wong madtatan”

Posted by · 1 Comment 

Thai traditional dance standards or “Ram wong madtatan”

Today we are learn thai dance about Thai traditional dance standards Thai people call “Ram wong madtatan”. Someone may know about Thai traditional dance standards because of the lesson period when primary and secondary school, but many people may not know or did not remember each other. Today we begin to learn each other again.

Thai traditional dance standards or “Ram wong madtatan” in the past did not have the word “standards”  only call “Ram wong” is one that indicates more fun. “Ram wong” come from “Ram tone” Because in the past the main instrument of the cymbal tone and rhythm is a dance to the rhythm of the sound tone of voice as the main beat rhythm Hngrdeb. So called “Ram tone” in the lyrics are lyrics that are simple language.

Content of the music originates in nature lovemaking to play the young viewing inviting look to the beauty of a woman, etc. That is so fun to play. In terms of apparel in the past did not emphasize much precision. Just highlight the convenience of the villagers themselves.

Thai traditional dance standards or “Ram wong madtatan” all 10 songs.

1. Ngam Sang Duan

2. Chaw Thai

3. Ram ma si ma ram

4. Ken Dern Ngai

5. Dong jan wan pen

6. Dok mai kong chat

7. Ying Thai Jai Ngam

8. Dong Jan Kwan Fa

9. Yod Shy Jai Han

10. Boo Cha Nak Rop

วันนี้เรามาเรียนรำไทย ในเรื่องของ รำวงมาตรฐาน กันนะคะ หลายคนก็คงจะรู้จัก รำวงมาตรฐานกันมาบ้างแล้วนะคะ เนื่องจากมีในบทเรียน ตอนสมัยชั้นประถม และมัธยมต้น แต่หลายๆคนอาจจะไม่รู้จักหรือจำกันไม่ได้ วันนี้เรามาเริ่มต้นเรียนกันอีกครั้งค่ะ

รำวงมาตรฐาน ในสมัยก่อนไม่ได้มีคำว่า “มาตรฐาน” จะเรียกกันเพียงว่า “รำวง” เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นมาจากการเล่นรำโทน เพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะคือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า “รำโทน” ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนเท่าไรนัก ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน จนถึงการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

เมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยม
เป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่

ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 – 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น

เมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ “การเล่นรำโทน” คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น

ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง

เพลงและท่ารำ รำวงมาตรฐาน

1. เพลงงามแสงเดือน(ท่าสอดสร้อยมาลา)
2. เพลงชาวไทย(ท่าชักแป้งผัดหน้า)
3. เพลงรำมาซิมารำ(ท่ารำส่าย)
4. เพลงคืนเดือนหงาย(ท่าสอดสร้อยมาลาแปลง)
5. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ(ท่าแขกเต้าเข้ารัง และท่าผาลงเพียงไหล่)
6. เพลงดอกไม้ของชาติ(ท่ารำยั่ว)
7. เพลงหญิงไทยใจงาม(ท่าพรหมสี่หน้า และนกยูงฟ้อนหาง)
8. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า(หญิงท่าช้างประสานงา ชายท่าจันทร์ทรงกลด)
9. เพลงยอดชายใจหาญ(หญิงชะนีร่ายไม้ ชายท่าจ่อเพลิงกาล)
10. เพลงบูชานักรบ(เที่ยวที่ 1หญิงท่าขัดจางนาง ชายท่าจันทร์ทรงกลด)
(เที่ยวที่ 2หญิงท่าล่อแก้ว ท่าขอแก้ว)

About admin

Comments

Leave a Comment

One Response to “Thai traditional dance standards or “Ram wong madtatan””

Trackbacks

Check out what others are saying about this post...
  1. [...] This post was mentioned on Twitter by Cherry. Cherry said: Update: Thai traditional dance standards or "Ram wong madtatan" http://bit.ly/9A2dps [...]



Speak Your Mind

Tell us what you're thinking...
and oh, if you want a pic to show with your comment, go get a gravatar!

*